fbpx

รถเข็นเด็ก Hotline : (+66)-84-364-4445

คาร์ซีทมีกี่แบบ ข้อดี-ข้อเสียของคาร์ซีทแต่ละแบบ

Date

อุปกรณ์จำเป็นสำหรับลูกน้อยเวลาเดินทางด้วยรถยนต์ หากพูดถึงความปลอดภัย จะต้องนึกถึงคาร์ซีทอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเด็กทารกแรกเกิดที่มีร่างกายบอบบางเป็นพิเศษ รวมถึงเด็กเล็ก ๆ ที่ยังไม่เหมาะกับการคาดเข็มขัดนิรภัยของผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นวิธีเลือกซื้อคาร์ซีทจึงต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับประเภทและการใช้งานของลูกมากที่สุด เพื่อช่วยปกป้องลูกให้ปลอดภัยตลอดการเดินทาง

คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด

  1. คาร์ซีท Newborn Only หรือที่เรียกกันว่า “คาร์ซีทแบบกระเช้า” ซึ่งมีใช้กันมานานแล้ว ลักษณะรูปทรงจะคล้ายกับกระเช้าขนาดเล็กที่สามารถวางไว้ในรถได้ บางรุ่นก็นำไปปรับใช้กับรถเข็นเด็กได้เช่นกัน โดยใช้งานได้ตั้งแต่เด็กทารกวัยแรกเกิด – 18 เดือน เหมาะกับการติดตั้งหันหน้าเข้าหาเบาะรถยนต์
ข้อดี
  • น้ำหนักเบาและเคลื่อนย้ายง่าย สามารถถอดออกมาเดินถือขณะลูกหลับได้โดยไม่ต้องอุ้มออกมาจากคาร์ซีท
  • มีฟังก์ชันบางอย่าง บางรุ่นสามารถปรับการใช้งานกับรถเข็นเด็กได้สะดวก หรือปรับเป็นเปลนอนได้อีกด้วย
  • มีความปลอดภัยสูง เหมาะกับการติดตั้งหันหน้าเข้าหาเบาะรถยนต์ เพราะเป็นท่านั่งที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กทารกแรกเกิด
ข้อเสีย
  • โครงสร้างบอบบาง ด้วยขนาดที่เล็กและมีน้ำหนักเบากว่าคาร์ซีทประเภทอื่น ทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ มีขนาดเล็กและบอบบางด้วยเช่นกัน
  • ระยะเวลาใช้งานสั้น โดยปกติคาร์ซีทจะระบุไว้อย่างชัดเจนว่าสามารถใช้งานได้จนถึงอายุ 18 เดือน แต่เพราะโครงสร้างกับวัสดุที่มีขนาดเล็กและบอบบาง จึงทำให้ใช้งานได้จริงกับเด็กอายุไม่เกิน 1 ปีเท่านั้น เนื่องจากเด็กวัยนี้เจริญเติบโตเร็วจนทำให้การนั่งในคาร์ซีทแบบนี้รู้สึกอึดอัด
  1. คาร์ซีทแบบ Convertible เป็นคาร์ซีทที่สามารถใช้งานกับเด็กได้หลากหลายช่วงอายุตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงเด็กโต มีขนาดใหญ่กว่าคาร์ซีทแบบกระเช้าหรือ Newborn Only และยังได้รับความนิยมมาก เพราะมีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลายและสะดวกต่อการใช้งานนั่นเอง นอกจากนี้ยังแบ่งประเภทย่อย ๆ ได้อีก 3 ประเภทดังนี้
          2.1 คาร์ซีทแบบหมุนได้ เป็นคาร์ซีทที่มีลักษณะปรับหมุนได้แบบ 360 องศา เพียงแค่ติดตั้งครั้งเดียวก็สามารถปรับการใช้งานได้ทั้งแบบการหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) และแบบการหันหน้าไปทางหน้ารถ (Forward-Facing) ทำให้สะดวกต่อการใช้งานตั้งแต่การปรับหันมาเล่นหรือพูดคุยกับลูกสร้างความอบอุ่นใกล้ชิดได้ง่าย ป้อนนมหรือเปลี่ยนผ้าอ้อมก็สะดวก อุ้มลูกขึ้นลงจากรถได้อย่างปลอดภัย สะดวก ไม่ต้องกังวลว่าศีรษะของลูกจะชนกับขอบประตูด้านบนหรือไม่ 2.2 คาร์ซีทแบบหมุนไม่ได้ เป็นคาร์ซีทที่มีลักษณะต้องติดตั้งใหม่ทุกครั้งเมื่อต้องการให้นั่งหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) หรือเปลี่ยนเป็นการนั่งหันหน้าไปทางรถ (Forward-Facing) เพราะไม่มีฟังก์ชันการหมุนแบบ 360 องศา ข้อดี
  • อายุการใช้งานยาวนาน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะไม่ต้องเปลี่ยนคาร์ซีทบ่อย ๆ
  • โครงสร้างแข็งแรง มีขนาดโครงสร้างใหญ่และตัวเบาะกว้าง จึงมีปริมาณวัสดุรองรับแรงกระแทกมากกว่า วัสดุภายในมีหลายชิ้นและแข็งแรงจึงมีความปลอดภัยสูง
  • ฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย โดยเฉพาะฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายแก่ลูกน้อย เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจแก่คุณพ่อคุณแม่มากขึ้น
ข้อเสีย
  • โครงสร้างขนาดใหญ่ ทำให้คาร์ซีทมีน้ำหนักมากและต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้ง รวมถึงขั้นตอนการติดตั้งที่ซับซ้อนกว่าแบบอื่น
  • เคลื่อนย้ายไม่ได้ ไม่สามารถถือออกจากรถเหมือนกับคาร์ซีทแบบกระเช้าหรือ New Born Only ได้


คาร์ซีทสำหรับเด็กโต

 
  1. คาร์ซีทแบบ Forward facing / Combination Seat เหมาะสำหรับเป็นคาร์ซีทตัวที่สองให้กับลูกน้อย เมื่อสามารถนั่งชันหลังได้อย่างแข็งแรงเพราะมีพนักพิงหลัง ส่วนใหญ่จะใช้กับเด็กโตที่มีอายุตั้งแต่ 4 – 12 ปี โดยมีลักษณะตัวเบาะกว้างนั่งสบาย พนักพิงสูงและขนาดใหญ่ แต่บางรุ่นก็สามารถใช้กับเด็กเล็ก ๆ ตั้งแต่อายุ 9 เดือนขึ้นไป
ข้อดี
  • โครงสร้างขนาดใหญ่ ขนาดเบาะที่กว้างทำให้ลูกนั่งได้สบาย รู้สึกไม่อึดอัด ซึ่งรองรับการเจริญเติบโตของเด็กตามวัยได้เป็นอย่างดี
  • วัสดุภายในแข็งแรง โดยเฉพาะวัสดุที่ช่วยรองรับแรงกระแทกมีความแข็งแรงมาก ทำให้ปกป้องลูกน้อยได้อย่างปลอดภัย
ข้อเสีย
  • ปรับพนักพิงไม่ได้ คาร์ซีทบางรุ่นไม่สามารถปรับพนักพิงเพื่อเอนนอนได้ ส่งผลให้ลูกน้อยนอนหลับไม่ค่อยสบายตัว
  1. คาร์ซีทแบบ Booster Seat มีลักษณะเหมือนกับคาร์ซีทแบบ Forward facing / Combination Seat แต่จะแตกต่างกันตรงที่ไม่มีพนักพิงหลัง และไม่มีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากเท่าคาร์ซีทแบบอื่น ๆ เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไปที่สามารถนั่งชันหลังอย่างแข็งแรงได้ รวมถึงการเดินทางระยะใกล้ ๆ ที่ไม่ต้องใช้เวลานาน
ข้อดี
  • น้ำหนักเบา สามารถพกพาได้สะดวกหรือเดินทางไปต่างประเทศก็ง่าย
ข้อเสีย
  • ไม่มีพนักพิงหลัง เด็กไม่สามารถนั่งพิงหลับได้ เพราะไม่มีพนักพิงที่ช่วยประคองหลัง
  • วัสดุบอบบาง วัสดุที่ใช้รองรับแรงกระแทกมีความบอบบางกว่าคาร์ซีทแบบ Forward-Facing
  • เหมาะสำหรับเด็กอายุ 7 ปีขึ้นไป หากใช้กับเด็กที่อายุน้อยกว่านี้ก็อาจจะปกป้องได้ไม่ดีเท่าไร
  • ข้อจำกัดเรื่องสายเข็มขัด ถ้าไม่มีตัวปรับสายเข็มขัด อาจส่งผลให้เข็มขัดนิรภัยพาดที่หน้าหรือคอของเด็กแทน
  ในท้องตลาดบ้านเรามีคาร์ซีทให้เลือกมากมายหลายแบบหลายรุ่น ซึ่งแบ่งตามลักษณะการใช้งาน อายุ และน้ำหนักของเด็ก คุณพ่อคุณแม่จึงควรพิจารณาเลือกแบบที่เหมาะสมกับลูกน้อย เพื่อการปกป้องและเพิ่มความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ นั่งสบาย ทำให้การเดินทางเป็นช่วงเวลาที่พิเศษของลูกนั่นเอง

More
articles

กลับไป
LINE
Messenger